กระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า

รุ่นใหม่ล่าสุด คุณภาพดี จัดส่งฟรี

น้ำหนักของหลายๆคน มักจะขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงเทศกาบกินเจ หรือบางคนก็ป่วยเพราะขาดสารอาหารบางชนิดไป อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัยและและผู้จัดการโครงการโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ฝากวิธีกินเจแบบไม่ให้อ้วน และไม่ขาดสารอาหาร ให้คนกินเจได้นำไปทำตามกัน

 

  1. ควรเน้นทานผักผลไม้ช่วยต้านโรค

ผักผลไม้ จะมีเส้นใยและวิตามินมาก ช่วยในระบบการย่อย ระบบขับถ่าย ป้องกันโรคอ้วน ทั้งนี้ผักผลไม้ที่เรากินนอกจากจะย่อยง่ายแล้ว ยังเป็นกากใยชั้นเลิศ ช่วยป้องกันมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดและสมอง ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารของเราทำงานได้ดี เมื่อกินเข้าไปมาก ๆ ก็จะช่วยขับของเสียและสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราออกมา ช่วยลดคอเลสเตอรอล และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ

เทศกาลกินเจ ควรกินเจอย่างไรให้สุขภาพดี

  1. ไม่ควรทานอาหารรสจัด

อาหารรสจัด ที่มีรสชาติเผ็ด เค็ม หวาน และเปรี้ยวมากเกินไป จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ หากกินเค็มจัดจะไปทำลายไต กินเผ็ดจัดก็จะไปทำลายกระเพาะอาหาร ดังนั้นควรเลือกทานอาหารที่รสชาติไม่จัดจ้าน ประเภทต้มหรือนึ่งมากขึ้น เช่น แกงจืด

 

  1. ทานอารหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่

หากช่วงกินเจเราไม่ได้โปรตีน จากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ แต่เราก็สามารถกินโปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้ ถั่วเมล็ดแห้ง และโปรตีนเกษตร เพื่อเป็นการทดแทนได้ ซึ่งโปรตีนที่ได้จากถั่วมีปริมาณไขมันน้อยกว่า และร่างกายสามารถนำไปใช้ได้พอดี โดยไม่เหลือเป็นส่วนเกิน และยังมีกากใยช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ที่สำคัญไม่มีคอเลสเตอรอลเหมือนในเนื้อสัตว์

 

  1. ไม่ควรทานอาหารที่มีแป้ง หรือไขมัน

ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในอาหารเจ จะมีจำนวนสูงมาก เนื่องจากใช้แป้งและน้ำมันในการประกอบอาหารเป็นหลัก ดังนั้นควรหันมาบริโภคอาหารประเภทยำ ต้ม หรือนึ่งให้มากขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นได้หลายกิโลกันเลยทีเดียว และลดอาหารประเภทผัด หรือทอดด้วย

 

การกินเจถือเป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน และการกินเจยังประกอบไปด้วยการถือศีลเพื่อทำให้จิตใจให้ผ่องใส คิดดีทำดี ไปพร้อมกับการงดเว้นการกินเนื้อสัตว์ การกินเจสามารถทำควบคู่กับการออกกำลังกาย ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ดังนั้นการกินเจให้สมบูรณ์ จึงประกอบด้วยการกินเพื่อให้ได้สุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยต่าง ๆ พร้อมได้สร้างบุญกุศลจากการไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : คุณฉัตรชัย นกดี team content www.thaihealth.or.th

การสลายและสึกหรอของกระดูกอ่อนบริเวณข้อ เป็นสาเหตุของโรคข้อเสื่อม ทำให้กระดูกอ่อนมีปริมาณลดลงจนเกิดการเสียดสีของกระดูกแข็ง ส่งผลให้เกิดอาการปวดบวมอักเสบและไม่สามารถใช้งานข้อได้ในที่สุด ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมมีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ

 

อาการที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคข้อเสื่อม

 

  1. ปวดบริเวณข้อ โดยปวดบริเวณรอบๆ ข้อ แบบที่ไม่สามารถบอกตำแหน่งที่ชัดเจนได้ และมักจะปวดเรื้อรัง โดยสังเกตจากอาการปวดข้อ จะมากขึ้นเมื่อมีการลงน้ำหนักบนข้อมากๆ

 

  1. มีอาการปวดเข่าเวลานอน

 

  1. เข่ามีเสียงดังก๊อบแกร๊บขณะ มีการเคลื่อนไหว

 

  1. ปวดเข่า หรือขา เวลาเดิน หรือต้องเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวเร็ว หรือช้า

 

  1. ปวดข้อจนมากๆ ไม่สามารถเดินได้ปกติ ต้องเดินโยกตัว

 

  1. เริ่มเดินไม่ค่อยสะดวก นั่งลำบาก เดินก็ไม่ค่อยจะไหว โดยเฉพาะหากต้องอยู่ในลักษณะเดิมนาน ๆ อาการปวดอาจมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งลุกไม่ขึ้น เพียงแค่ขยับก็มีอาการเจ็บมากๆ

 

  1. ข้อบวม ข้อผิดรูป

 

  1. มีอาการปวด, บวม, อักเสบ บริเวณข้อเข่า

 

โรคข้อเสื่อม

 

โรคข้อเสื่อมรักษาด้วยวิธีใดได้บ้าง

 

  1. ฉีดน้ำไขข้อ

การฉีดน้ำไขข้อเทียม หรือยาไฮยาลูโรนิก จะมีฤทธิ์ระงับปวดได้ประมาณ 3 เดือนถึงหนึ่งปี แต่วิธีรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ด้วยวิธีนี้ยังเป็นเพียงแค่ทางเลือกหนึ่งเท่านั้น ยังไม่มีการสนับสนุนหรือคัดค้านจากทางการแพทย์อย่างชัดเจน

 

 

  1. ประคบร้อน หรือประคบเย็น ณ บริเวณที่รู้สึกปวด

โดยการประคบเย็นจะช่วยลดอาการเกร็ง และการอักเสบของกล้ามเนื้อส่วนการ ประคบร้อน จะช่วยลดการติดขัดในข้อ ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ในระดับหนึ่ง

 

 

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

หากรู้ตัวว่ามีน้ำหนักเกิน ควรรีบลดน้ำหนักโดยด่วน และพยายามหลีกเลี่ยงการใช้งานข้อเข่าหนักๆ เช่น ไม่ควรวิ่งหรือกระโดด แต่ควรเลือกวิธีการออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยานแทน

 

 

  1. ใช้ยาบรรเทาอาการปวดและการอักเสบของข้อ

ในกรณีที่อาการปวดและการอักเสบของข้อไม่รุนแรง อาจบรรเทาอาการปวดและอักเสบได้โดยการใช้ยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอล และยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่ สเตียรอยด์

 

 

  1. ปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อน

ขั้นตอนแรก ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดส่องกล้อง เก็บชิ้นเนื้อกระดูกอ่อนที่ไม่ได้ใช้งานส่งเข้าห้องปฏิบัติการแยกเซลล์กระดูกอ่อน และเพาะเลี้ยงจนเพียงพอต่อการปลูกถ่าย ใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ ก่อนนำเซลล์กระดูกอ่อนมาเพาะเลี้ยงในโครงสร้างสามมิติที่มีความหนาเท่ากระดูกอ่อนปกติ เป็นการสร้างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนนอกร่างกายมนุษย์ โดยใช้วิศวกรรมเนื้อเยื่อสำหรับปลูกถ่ายทดแทนกระดูกอ่อนที่ได้รับบาดเจ็บ

 

ขั้นตอนที่ 2 คือ ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระดูกอ่อนที่สร้างขึ้นจากเซลล์กระดูกอ่อนของตนเองเพื่อซ่อมกระดูกอ่อนผิวข้อเข่า

 

 

  1. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อ

นวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อก็เป็นตัวเลือกหนึ่งในการรักษาแต่วิธีนี้มีข้อจำกัด และมีความเสี่ยงพอสมควร ที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดก็สูง (ประมาณ 100,000 – 200,000 บาท) แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง

 

 

ขอบคุณข้อมูลที่มีประโยชน์ จากบริษัท หาญไทยฟาร์มา(2508) จำกัด

หลายๆคนคงคิดว่า มีแต่พวกอาหารที่ให้โปรตีนสูง จำพวก ไก่ ไข่ เนื้อสัตว์เท่านั้น ที่จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ผลไม้ก็สามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้นะคะ ทานง่าย อร่อย ดีต่อสุขภาพค่ะ คนที่ศึกษาเกี่ยวกับการสร้างกล้ามเนื้อ อาหารสร้างกล้ามเนื้อ อาจจะเคยเจอคำแนะนำ ให้ทานผลไม้ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อผลไม้เป็นอาหารประเภทที่ให้คุณค่าทางโภชนการค่อนข้างที่จะสูง แล้วผลไม้ชนิดไหนบ้างล่ะที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ วันนี้เราจะมาดูกันว่า ผลไม้อะไรบ้างที่จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้กับเรา

 

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ บลูเบอรี่ เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลฟรุกโตส และวิตามินซี ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง ซึ่งส่วนประกอบนี้ เหมาะที่จะถูกนำเข้าไปเติมเต็มกล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้าจากการออกแรง หรือหลังออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะส่วนไกลโคเจนในตับ หากได้รับน้ำตาลฟรุกโตสจากผลไม้ตระกูลเบอร์รีเข้าไป ปริมาณไกลโคเจนในตับก็จะได้รับการเติมเต็ม หลังจากที่ถูกดึงไปใช้งานในช่วงที่ออกกำลังกาย ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าน้อยลง

สร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการกินผลไม้

กล้วย

โดยกล้วยจะมี วิตามิน B1 และ วิตามิน B2 คอยช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาล และไขมัน กล้วยเป็นผลไม้ที่ที่มีประโยชน์อย่างมาก มีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีต่อร่างกาย มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ พอตกเข้าไปในระบบย่อยอาหารจึงดูดซับน้ำ พองตัว และช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มได้นานขึ้น แถมแมกนีเซียม วิตามินบี แล โพแทสเซียม ที่อยู่ในกล้วย ยังช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น ช่วยในการขับโซเดียมอันเป็นหนึ่งในตัวการที่จะทำให้ความดันเลือดสูงออกทางปัสสาวะ ช่วยลดการบวมของร่างกายได้ ดังนั้นกล้วยจึงเป็นผลไม้สร้างกล้ามเนื้อตัวหนึ่งที่เหมาะจะรับประทานทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย หรือจะทานกล้วยเพื่อช่วยลดน้ำหนัก

 

แอปเปิ้ล

อายุของคนเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ มหาวิทยาลัยไอโอวาได้ทำการวิจัยจนพบว่า ผิวของเปลือกแอปเปิลสามารถชะลอไม่ให้อายุพรากความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปจากตัวเราได้ โดยเปลือกของแอปเปิลมีกรดยูโซลิก ที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอความเสื่อมถอยของมวลกล้ามเนื้อตามช่วงอายุที่มากขึ้น แอปเปิลยังอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่มากมาย ที่สำคัญในแอปเปิลยังมีเควอซิทิน ที่ช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกายด้วยค่ะ

 

แคนตาลูป

แคนตาลูปเป็นอาหารที่มีปริมาณโพแทสเซียมสูง โพแทสเซียมมีส่วนสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่เราควรทานเพื่อช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และโปรตีนในร่างกายของเรา และควรจะทานแคนตาลูปในมื้อเช้า เนื่องจากขณะที่เรานอนหลับ ตับจะเบิร์นไกลโคเจน เพื่อให้ร่างกายผลิตกลูโคสส่งสมอง และเมื่อไกลโคเจนในตับลดระดับลง สมองจะสั่งการให้เหล่าโปรตีนในกล้ามเนื้อแปลงตัวเองเป็นกรดอะมิโน และผันไปเป็นกลูโคสอีกต่อหนึ่ง ซึ่งก็เท่ากับว่าในตอนตื่นร่างกายจะดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้ ฉะนั้นเราจึงควรรีบเติมโพแทสเซียมเข้าไปช่วยในกระบวนการผลิตโปรตีนสร้างกล้ามเนื้อโดยด่วนค่ะ

 

ผลไม้ที่กล่าวมาข้างต้น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับเราได้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่สนใจจะเพิ่มกล้ามเนื้อค่ะ แถมยังเป็นอะไรที่ทานง่ายมากๆ ทานแล้วไม่ทำให้อ้วน ทานแล้วสดชื่นค่ะ แต่อาหารหรือผลไม้ทุกอย่าง ควรทานให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมนะคะ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Livestrong , Medical Daily , Muscle & Fitness

อยู่ดีดีอาการปวดหัวก็กำเริบขึ้นมาทันที เป็นลักษณะอาการของโรคไมเกรน ยิ่งโดยเฉพาะฤดูร้อน อาการยิ่งหนัก เพราะอากาศร้อนเป็นเหตุกระตุ้นให้โรคนี้กำเริบไมเกรนได้ แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษา เรามาดูเคล็ดลับในการดูแลรักษาโรคไมเกรนกันดีกว่าค่ะ

 

  1. ดูว่ามีเหตุกำเริบจากอะไรบ้าง

คอยหมั่นสังเกตว่าเกิดอาการปวดหัวไมเกรนขึ้นช่วงเวลาไหน แล้วหาทางเลี่ยง ก็จะช่วยได้เป็นอย่างดี เช่น อย่ากินอาหารผิดเวลา , อย่าอดนอน , อย่าใช้สายตามากเกิน เล่นสมาร์ทโฟนในที่ที่แสงเพียงพอ อย่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่ากินยาเม็ดคุมกำเนิด (หากจำเป็นให้เปลี่ยนไปใช้ยาฉีดคุมกำเนิดแทน) เป็นต้น หากเลี่ยงไม่ได้ แล้วกำเริบจนเสียงานเสียการบ่อยมาก ก็ควรปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาให้ยามากินป้องกันซึ่งควรกินทุกวันติดต่อกันนาน 3-6 เดือน

 

  1. รีบกินยาแก้ปวดทันทีที่รู้สึกมีอาการกำเริบรักษาโรคไมเกรน

บางคนอาจมีอาการเตือนก่อนปวด เช่น เห็นภาพแปลกๆ เห็นแสงสว่างแว๊บๆ หรือเห็นภาพพร่ามัว บางคนมีอาการมึน ๆ ก่อนจะปวดแบบตุบ ๆ ให้รีบกินยาแก้ปวดทันที อย่ารอให้มีอาการนานเกินครึ่งชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ยาได้ผลน้อย หลังกินยาควรนอนพักหรือนั่งพัก ในที่อากาศโล่งโปร่งสบาย และหยุดทำกิจกรรมทุกอย่างไว้ชั่วคราว จะช่วยให้อาการมักจะทุเลาได้ภายใน 30-60 นาที ยาแก้ปวด ได้แก่ พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด กินให้ถูกเวลา กินทันทีที่มีอาการตามข้างต้น

 

หากกายาแก้ปวดแล้วไม่ได้ผล ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ อาจจะให้ยาแก้ปวดชนิดอื่นแทน ซึ่งมีให้เลือกหลายตัว ถ้าได้ผล ควรใช้ยานั้นตามที่แพทย์สั่งให้ใช้ ไม่ควรนำตัวอย่างยาไปซื้อกินเอง เพราะหากใช้พร่ำเพรื่อเกินจำเป็น จะกลายเป็นติดยา ขาดยาไม่ได้ และยาบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีส่วนผสมของเออร์โกทามีน มีผลข้างเคียง ทำให้หลอดเลือดแดงตีบทั่วร่างกาย หากใช้ติดต่อกันนานๆ หรือใช้ร่วมกับยาบางชนิด ก็อาจทำให้หลอดเลือดแดงตีบหนัก เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ได้ เป็นอันตรายมากๆ หรือ ขาขาดเลือดไปเลี้ยง จนเกิดเนื้อตาย ต้องตัดทิ้ง เป็นต้น

 

โรคไมเกรนนั้นถึงแม้จะเป็นๆ หายๆ แต่เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่อันตรายนั้นมักเกิดจากการใช้ยาผิดๆ มากกว่า เช่น กินยามากเกิน ติดยา เกิดอันตรายจากยาบางชนิด ดังนั้นจึงควรใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง

 

ไมเกรนพบได้ประมาณร้อยละ 10-20 ของคนทั่วไป เริ่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่วัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว และหลังจากนั้นมีโอกาสกำเริบเป็นครั้งคราวไปจนหลังอายุ 55 ปี มีคนจำนนวนมากที่อาจเป็นไปจนตลอดชีวิต ส่วนจะเป็นบ่อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าโอกาสที่ไปเจอสาเหตุการกำเริบของโรคมากเพียงใด

 

อาการของโรคไมเกรน คือ ปวดหัวตึบๆ ตามจังหวะชีพจร ที่ขมับข้างเดียวเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอาจเป็นพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : doctor.or.th

การดูแลสุขภาพให้ดีไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด มาดูเคล็ดลับการรักษาสุขภาพกันดีกว่าค่ะ

 

  1. มีวินัย ช่วยห่างไกลโรคหัวใจ

ผู้หญิงสมัยนี้เป็นโรคหัวใจมากขึ้น อาจเป็นเพราะเดี๋ยวนี้ผู้หญิงสูบบุหรี่ เครียดจัด หรืออาจเป็นเพราะอาหารฟาสฟู้ด ก็จะทำให้มีไขมันในเลือดสูงขึ้น และทำให้เกิดโรคหัวใจได้ด้วย แต่นี่เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ด้วยการดูแลเรื่องอาหารการกิน และการออกกำลัง

 

  1. ฝึกสมองบ่อยๆ

ผู้หญิงเป็นโรคเกี่ยวกับความจำหรือโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นเราอาจจะมีความเสี่ยง แม้จะไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็เชื่อว่าบางอย่างสามารถป้องกันได้ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นโรคนี้ หรือชะลอให้ช้าลง เคล็ดลับก็คือพยายามฝึกใช้สมองและพักผ่อนสมองบ้าง อาจจะเป็นการเล่นกีฬา การเรียนดนตรี หรือการเล่นเกมก็จะทำให้สมองได้ฝึกด้วยเช่นกัน

 

  1. กินให้ดีเพื่อกระเพาะการดูแลสุขภาพให้ดี

กินอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารไขมันสูง หรือกินอาหารไม่ตรงเวลา เราจึงพบโรคกระเพาะในสุภาพสตรีได้บ่อยขึ้น วิธีป้องกันก็คือ กินอาหารให้ตรงเวลา พยายามอย่ากินอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป เช่น อาหารเผ็ดจัด เค็มจัด ควรจะหลีกเลี่ยง

 

  1. นั่งให้ถูกท่า ห่างไกล Office Syndrome

โรคเกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรม คือกลุ่มอาการที่เกิดกับพวกที่ทำงานออฟฟิศ เช่น เรื่องของการปวดหลังจากการนั่งไม่ถูกท่า หรือการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป เวลานั่งก็ควรตั้งลำตัวตรง เอนหลังได้ เมื่อนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เกิน 45 นาที ควรจะพัก 10 นาที เพราะนั่งนาน ๆ จะมีความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณหลังตามมา ถ้าเป็นมาก ๆ ก็อาจเป็นเรื่องของหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือว่าเคลื่อนได้ เพราะฉะนั้นต้องมีการพักของแต่ละอวัยวะพอสมควร และก็ต้องมีการพักสายตาด้วยเหมือนกัน เวลาจ้องคอมพิวเตอร์ก็จะปวดหัว เพราะต้องใช้สายตาและกล้ามเนื้อที่คอ ตรงนี้ก็จะปวดคอได้ อาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณหลังบรรเทาได้โดยการประคบร้อนด้วย กระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า

 

  1. หมั่นออกกำลังกาย

การออกกำลังช่วยในเรื่องทั้งร่างกายและจิตใจ แนะนำให้ออกกำลังสัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 1-2 ชั่วโมง อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก็ได้ จิตใจที่เบิกบานแจ่มใสจะอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์

 

  1. ผ่อนคลายข้อเท้า

คุณผู้หญิงหลายๆคน ใส่ส้นสูงแต่อาจจะเกิดอุบัติเหตุจากการล้ม พอใส่นาน ๆ ไปก็อาจมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณฝ่าเท้า จึงต้องคอยดู ให้เท้าพักบ้าง เพราะการไหลเวียนโลหิตจะไม่ค่อยดี วิธีแก้คือ ขยับข้อเท้าบ้าง เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกยิ่งขึ้น การบีบนวดก็ช่วยได้ ทำให้เกิดการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณนั้น

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : womanstoryonline.com