กระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า

รุ่นใหม่ล่าสุด คุณภาพดี จัดส่งฟรี

พอถึงหน้าหนาวทีไร หลายๆคนมักจะซักแห้งกันตลอด (ไม่ยอมอาบน้ำ) มักจะมีข้ออ้างมากมาย บ่นว่าหนาวบ้าง เหนื่อยบ้าง เหงื่อยังไม่ออกเลย ไม่ต้องอาบหรอก วันนี้เราเลยมาบอกถึงประโยชน์ของการอาบน้ำ เพราะการอาบน้ำมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

 

อาบน้ำช่วยลดความเครียด

ความรู้สึกสดชื่น ระหว่างการอาบน้ำ จะช่วยกระตุ้นความรู้ให้กับเราได้ ลดความรู้สึกเหนียวตัว กำจัดกลิ่นตัว เหงื่อไคล ที่สำคัญมีงานวิจัยบอกไว้ว่า ช่วงเวลาของการอาบน้ำก็เหมือนได้พักเบรกสมองให้ได้คิดทบทวน หลบหนีจากความวุ่นวายที่ได้เจอมาทั้งวัน

 

อาบน้ำบรรเทาอาการจาม

หากมีการจามบ่อยๆ จามไม่หยุด แนะนำให้อาบน้ำอุ่นด่วน เพราะไอน้ำที่ระเหยออกมาจากการอาบน้ำอุ่น จะช่วยให้ความชุ่มชื้นกับโพรงจมูก บรรเทาอาการจาม รวมถึงช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในระบบประสาท ทำให้อาการมึนศีรษะลดลงด้วย แต่พอหายจากการจามแล้ว ก็ไม่ควรอาบน้ำอุ่น หรือ น้ำร้อน ช่วงหน้าหนาวนะคะบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผิวแห้งได้

 

การอาบน้ำมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

อาบน้ำช่วยให้การทำงานของสมองดีขึ้น

การอาบน้ำเคล้ากลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง​ โดยเฉพาะเมื่อแช่น้ำอุ่นผสมน้ำมันหอมระเหย จะช่วยกระตุ้นระบบความจำให้ดีขึ้นได้

 

อาบน้ำช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น

การนอนหลับจำเป็นต้องลดระดับอุณหภูมิในร่างกายลง เพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายอยู่ในสภาวะเหมาะสมกับการนอนหลับ ซึ่งการอาบน้ำก็เป็นวิธีระบายความร้อนในร่างกายอย่างหนึ่ง หรือหากวันไหนอากาศเย็น การอาบน้ำอุ่นก็จะช่วยให้ร่างกายปรับอุณหภูมิให้เหมาะแก่การนอนหลับ

 

อาบน้ำป้องกันโรคหวัด

การอาบน้ำจะช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินออกมามากขึ้น โดยเฉพาะหากนอนแช่น้ำอุ่นผสมน้ำมันหอมระเหย และเมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนแห่งความสุขตัวนี้ออกมาแล้ว เหล่าอาการปวดเมื่อยตามร่างกายก็จะลดลง พร้อมกันนั้นระบบภูมิคุ้มกันก็จะถูกกระตุ้นให้ทำงานได้ดีขึ้น ปกป้องเราจากอาการหวัดได้ในตัว

 

อาบน้ำป้องกันผดผื่นคัน และโรคสะเก็ดเงิน

การอาบน้ำ คือการทำความสะอาดร่างกายที่ดีที่สุด โดยเฉพาะคราบเหงื่อไคลตามตัวเราก็จะหลุดหายไป เหลือแต่ผิวพรรณสดใส สะอาดสดชื่น มีงานวิจัยแนะนำว่าให้นอนแช่น้ำอุ่นผสมน้ำมันหอมระเหย เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยเข้าไปช่วยผลัดเซลล์ผิว แถมยังมีสรรพคุณในการป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนัง

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก health.kapook.com

หน้าหนาวมาเยือนแล้วนะคะ หลายๆคนคงเริ่มวางแผนในการเที่ยวภาคเหนือ ขึ้นดอย ชมทะเลหมอกกันแล้ว บางท่านก็อาจจะไปเที่ยวมาแล้วด้วย เพราะตอนนี้ต่างจังหวัดอากาศค่อนข้างเย็นแล้ว (ไม่เหมือนกรุงเทพที่อากาศ หนึ่งวันหนาว หกวันร้อน) อากาศหนาวๆแบบนี้วันนี้ทางเว็บเลยมาแนะนำสินค้าของทางร้านค่ะเป็นกระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า ที่จะช่วยให้ฤดูหนาวนี้เป็นฤดูหนาวที่มีความสุข ไม่มือแข็ง ตัวแข็งจ้า

 

กระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้าของทางร้าน ทุกรุ่นผลิตจากวัสดุคุณภาพดีค่ะ พกพาสะดวก ใช้งานง่าย เก็บความร้อนได้นาน ชาร์ทไฟประมาณ 8-9 นาที ระบบจะตัดไฟอัตโนมัติ จากนั้นถอดปลั๊กไฟออก ก็นำไปประคบร้อน หรือนำไปกอด ไปซุกมือแก้หนาวได้เลยจ้า ตัวกระเป๋าน้ำร้อน ขนาดพกพาง่าย จึงทำให้สะดวกต่อการใช้งานมากๆค่ะ โดยหลักๆแล้ว การประคบร้อนจะมีสรรพคุณที่ช่วย บรรเทาอาการปวดเมื่อย ลดอาการปวดท้องประจำเดือน แก้อาการนิ้วล๊อค ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ช่วยผ่อนคลายอาการบวม อักเสบ ของกล้ามเนื้อ ช่วยผ่อนคลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อจากการทำงานหรือเล่นกีฬา ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น เรียกไดด้ว่าประโยชน์ครบครันมากๆค่ะ แต่ช่วงนี้อากาศเย็น กระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ ที่จะช่วยลดความหนาวของทุกท่านได้ โดยทางร้านจะมีให้เลือกหลากหลายแบบมากๆค่ะ ถูกใจแบบไหนแจ้งแม่ค้าได้เลยนะคะ

 

ไปเที่ยวช่วงหน้าหนาว ดูทะเลหมอก ชมวิวสวยๆทั้งที ก็ควรรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ควรรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นตลอดเวลา จิบน้ำชาอุ่นๆ ซุปร้อนๆ แล้วก็มีกระเป๋าน้ำร้อนอยู่ข้างกาย รับรองได้เลยว่าทุกท่านจะเที่ยวหน้าหนาว อย่างมีความสุขแน่นอนค่ะ

 

อบอุ่นหน้าหนาว ด้วยกระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า

 

ฤดูหนาวแบบนี้หลายๆคนอาจจะเป็นไข้หวัดได้ง่าย เรามาดูเมนูสุขภาพ ต้านไข้หวัดกันดีกว่าค่ะ

– ซุปไก่ร้อนๆซักถ้วย ก็สามารถช่วยลดอาการคัดจมูก อาการไอ สามารถช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ให้โปรตีนทำให้ร่างกายสดชื่น อาจเติมผักหลายสีเพิ่มสารอาหารให้กับร่างกายด้วยค่ะ

– โยเกิร์ตไขมันต่ำ เลือกที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมน้อยๆ ค่ะ เพื่อทำให้สุขภาพดีด้วย และไม่อ้วนด้วยจ้า โยเกิร์ตช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว และเสริมสร้างสารแอนติบอดี้บางชนิด และมีจุลินทรีย์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเป็นอย่างดีค่ะ

– ดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำอุ่น ไม่ต่ำกว่า 8 แก้วต่อวัน และลดการการดื่มน้ำอัดลม กาแฟ หรือพวกเครื่องดื่มคาเฟอีนสูงๆค่ะ การดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำอุ่นช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ลดอาการไข้หวัดได้ ช่วยให้ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารชุ่มชื้น เสมหะถูกขับออกง่าย และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสได้ดีอีกด้วยค่ะ หรือจะดื่มพวกน้ำขิงเสริมด้วยยิ่งดีค่ะ เพราะมีสรรพคุณช่วยขับเหงื่อ ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจได้สะดวกขึ้น บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืดได้ด้วยค่ะ

– กล้วยน้ำว้าห่าม ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรต้านหวัด มีสารแทนนิน ช่วยระงับอาการท้องเสียและทำให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ มีวิตามินบีกับโพแทสเซียมช่วยบำรุงแร่ธาตุที่เสียไป และมีแมกนีเซียมช่วยการบีบตัวของลำไส้

 

ยังไงหน้าหนาวนี้ก็อย่าเที่ยวจนลืมดูแลสุขภาพของตัวเองนะคะ สุขภาพดี มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ จะไปเที่ยวที่ไหนก็สนุกค่ะ

 

ผ่อนคลาย ทำใจให้สบาย

ปลายปีแบบนี้ ช่วงวันหยุดยาวมีหลายวันมากค่ะ เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน หากเรื่องใดไม่จำเป็นก็ควรปล่อยวางลงบ้าง แล้วหาอะไรที่ช่วยให้ผ่อนคลายทำไปเที่ยว ปลูกต้มไม้ หรือไปสังสรรค์กับเพื่อน ผ่อนคลาย ทำใจให้สบาย ต้อนรับปีใหม่

 

เดินบ้างก็ได้วิธีควบคุมน้ำหนัก

ช่วงเวลาที่ไม่ต้องทำอะไรแข่งกับเวลา ถ้าหากคุณจะต้องออกไปไหน ถ้าระยะทางไม่ไกล ก็ลองเดินดูก็ได้ ค่อยๆเดิน อากาศช่วงนี้ก็ไม่ร้อน เพราะเข้าหน้าหนาวแล้ว เดินชิวๆ สบาย ๆ ไม่รีบร้อน ได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย แถมยังประหยัดค่าเดินทางอีก

 

รู้สึกหิวอย่าเพิ่งไปปาร์ตี้

การที่คุณไปถึงงานเลี้ยงในขณะที่หิวจะส่งผลให้คุณกินทุกอย่างที่ขวางหน้า กว่าจะรู้ตัวอีกที ตัวเลขบนตราชั่งก็ดีดไปไกลแล้ว ถ้าไม่อยากได้ความอ้วนมาเป็นของแถม หาอะไรรองท้องไปก่อนดีกว่า

 

มีสติก่อนกิน

คนส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้ตัวเองหิวมากๆ แล้วก็ไปกินทีเดียวแบบเยอะๆ กินเข้าไปมากเกินความจำเป็นของร่างกาย สิ่งเดียวที่จะแก้ได้ คือการควบคุมสติของตัวเองให้ได้ ถ้าคุณควบคุมความอยากอาหารของตัวเองได้ หุ่นสวยๆ หุ่นดีๆ มาแน่นอนค่ะ

ชิมให้น้อยลง

ควรหลีกเลี่ยงการชิมอาหารซ้ำๆ หลายครั้งจะดีที่สุด เนื่องจากการชิมอาหารบ่อย ๆ ก็เหมือนกับการรับประทานอาหารตลอดเวลา เหมือนการกินจุก จิก กว่าจะทำอาหารเสร็จคุณก็อาจจะไม่อยากรับประทานอาหารแล้ว กว่าจะไปหิวอีกทีก็อาจจะเป็นตอนกลางคืน ซึ่งแน่นอนล่ะว่าไม่ดีกับสุขภาพแน่ ๆ

 

ชั่งน้ำหนักบ่อยๆ

เมื่อตัวเลขบนตราชั่งเริ่มขยับขึ้นมากกว่าเดิม ก็จะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณต้องหยุด และคุณจะเริ่มระมัดระวังในการกินมากขึ้น แต่ก็อย่ากังวลมากจนไม่ยอมกินอะไรเลย เพราะไม่อย่างนั้นสุดท้ายแล้วอาจจะลงเอยด้วยการที่คุณกินอย่างไร้สติเพราะทนหิวไม่ไหว

 

ระวังอาหารแคลอรีสูง

ควรงด หรือพยายามเลี่ยง ขนม อาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนแต่เป็นอาหารที่มีแคลอรีสูง แต่ไม่ใช่ว่าจะห้ามกินนะ แค่เพียงคุณระมัดระวังให้มากขึ้น และกินในปริมาณที่พอเหมาะ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เป็นหลัก เช่น ผัก และผลไม้

 

พักผ่อนให้เพียงพอ

ช่วงปลายปีมีวันหยุดยาวหลายวัน ส่วนใหญ่มักจะปาร์ตี้กัน จึงเป็นสาเหตุให้นอนดึกกันมากขึ้น แต่รู้หรือเปล่าว่าการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้อ้วนได้ เพราะฮอร์โมนความเครียด หรือฮอร์โมนคอร์ติซอล ในร่างกายจะถูกสร้างขึ้นมาเมื่อเรานอนหลับไม่เพียงพอ และทำให้เรารู้สึกอยากกินอาหารที่มีแคลอรี และไขมันสูงที่เป็นสาเหตุของความอ้วน ดังนั้นแค่เพียงนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง

 

ฤดูหนาวมาเยือนแล้วค่ะ หลายภาคในประเทศเริ่มมีอุณหภูมิที่เริ่มลดลงเรื่อยๆแล้วค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวๆภาคเหนือ หนาวด้วย น่าเที่ยวด้วย แต่ยังไงก็อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

 

ทีนี้เรามาดูวิธีการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ต้อนรับลมหนาวกันดีกว่านะคะ

 

  1. ที่นอนต้องสะอาดไร้ฝุ่น

ควรหมั่นทำความสะอาด เอาชุดเครื่องนอนมาซัก หรือผึ่งแดดอยู่เสมอ เพราะในหน้าหนาวที่ผิวเราแห้งอยู่แล้ว เราอาจจะไปแพ้ไรฝุ่นจากที่นอนจนทำให้เกิดอาการคัน เป็นแผล มีปัญหาโรคผิวหนังได้

 

  1. ควรระวังโรคที่เกิดขึ้นบ่อยช่วงหน้าหนาว 

ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส อุจจาระร่วง รวมไปถึงอาการผื่นคัน ไมเกรน ปวดเกร็งตะคริว ถ้าพบว่ามีอาการน่าสงสัย เช่น ตัวร้อนต่อเนื่องไข้ไม่ลด ท้องเสียต่อเนื่อง หรือผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลง ให้รีบพบแพทย์โดย

 

  1. กระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้าฤดูหนาว

ปัจจุบันนี้กระเป๋าน้ำร้อนใช้งานสะดวกมากขึ้น มีแบบชาร์ทไฟฟ้าทำความร้อน ถ้าวันไหนรู้สึกหนาวมากจนชุดยังชีพก็เอาไม่อยู่นำ กระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า มาชาร์ทไฟประมาณ 8-9 นาที แล้วพกติดตัวไปได้เลยค่ะ ถือไว้ให้อุ่นมือ หรือเอาไปซุกไว้ในตัวก็ช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้ดีค่ะ

 

  1. ใส่ใจดูแลเรื่องอาหาร

อาหารอุ่นๆ ร้อนๆ เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงหน้าหนาว เลือกทานอาหารร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ส่วนใครที่ยังชอบทานของเย็น ๆ พวกไอศกรีม น้ำแข็งใส หรือน้ำเย็น ๆ ลองลดลงบ้างค่ะ ถ้าไม่อยากเป็นหวัดหรือปวดท้อง เพราะกระเพาะและกล้ามเนื้อมีการหดตัวย่างรวดเร็ว

 

  1. รักษาความสะอาดของร่างกาย

ถึงจะหนาวแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำนะคะ เพราะตอนออกไปทำงานข้างนอก หรือแม้แต่อยู่ในบ้านก็ตาม ร่างกายของเราไปเจอสิ่งสกปรกภายนอกมาเยอะ อาจเกิดการสะสมเชื้อโรคจนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยได้

 

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ยิ่งหนาวก็ยิ่งต้องออกกำลังกายให้ร่างกายอบอุ่น และแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าเราเอาแต่นอนซุกผ้าห่ม ระวังโรคอ้วนจะถามหานะคะ ไหนกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงอีก แล้วยังจะให้รู้สึกเหนื่อยง่ายด้วย

 

  1. อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง

อากาศแห้งเย็นมักจะทำให้ผิวเราแห้งกร้าน หรือแตกเป็นขุย ครีมทาผิวเป็นสิ่งสำคัญค่ะ เลือกครีมที่มีส่วนประกอบของมอยเจอร์ไรเซอร์สูง หรือมีน้ำมันเล็กน้อย ครีมแบบนี้จะช่วยกักเก็บ และเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในช่วงหน้าหนาวได้ดีมาก แต่สำหรับเเด็กๆ ก็ให้ใช้เบบี้ออยล์ทาผิวหลังอาบน้ำจะดีที่สุดค่ะ เพราะไม่ระคายเคืองผิว

 

  1. ชุดยังชีพ

ไม่ว่าจะเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ ถุงเท้า หรือแม้แต่ถุงมือ ของพวกนี้ต้องเตรียมไว้เสมอค่ะ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ถ้าอากาศหนาวมากก็ควรใส่ถุงเท้านอนตลอด เพราะบริเวณเท้าเราจะรับความเย็นไว้มากที่สุด และจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ไม่สบายได้

 

  1. อย่าใช้ยาโดยไม่ศึกษาข้อมูล

ถ้าเกิดป่วยแบบไม่ทันตั้งตัว ไหนจะแพ้อากาศจามไม่หยุด น้ำมูกไหล เป็นหวัดตัวร้อน ผื่นคัน หรือผิวแห้งแตกรุนแรงจนมีอาการเจ็บหรือมีเลือดซึม ควรพบแพทย์เพื่อดูอาการ และรับยา เพราะยาตัวเดียวกันไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนที่แม้จะเหมือนอาการเหมือนกัน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : momypedia.com

 

คนที่แพ้นมวัวสามารถเลี่ยงมารับโปรตีนจากน้ำเต้าหู้จาก ถั่วเหลืองที่คั้นออกมา และทำการต้มจนเป็นน้ำเต้าหู้ได้ โดยที่น้ำเต้าหู้นั้นอุดมไปด้วยโปรตีน แถมยังย่อยง่าย ไม่มีไขมัน ดื่มแล้วรู้สึกอิ่มแบบไม่แน่นท้อง มาดูประโยชน์ของน้ำเต้าหู้กันดีกว่าจ้า

 

  1. สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

โดยองค์การอาหารและยา และสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา เผยว่า น้ำเต้าหู้มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในอัตราส่วนที่สูง ซึ่งกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันการสะสมของไขมันในหลอดเลือดชั้นใน อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงได้

 

  1. แหล่งรวมวิตามิน

วิตามินบีรวม ไนอาซิน รวมทั้งวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี และวิตามินซีในปริมาณเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเพียงดื่มน้ำเต้าหู้แค่ถุงเดียว มีทุกวิตามินเลยจ้า อีกทั้งใครชอบดื่มน้ำเต้าหู้ทุกวัน ผิวพรรณจะแจ่มใส และร่างกายจะแข็งแรง เพราะวิตามินเหล่านี้คอยช่วยบำรุงร่างกาย

น้ำเต้าหู้มีประโยชน์อย่างไร

  1. สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่

น้ำเต้าหู้มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ทั้งโปรตีน ไขมัน เกลือแร่ คาร์โบไฮเดรต และวิตามิน โดยเฉพาะปริมาณสารอาหารประเภทโปรตีนในนมถั่วเหลือง ซึ่งมีอยู่สูงเทียบเท่าเนื้อสัตว์เลยจ้า

 

  1. มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 10 ชนิด

งานวิจัยจาก Molecular Nutrition & Food Research ปี พ.ศ. 2554 เผยว่า น้ำเต้าหู้ยังมีเลคซิติน (Lecithin), ไอโซฟลาโวน (Isoflavone), โอลิโก (Oligo) และไฟเบอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ ช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมน อีกทั้งยังช่วยในการขับถ่าย และป้องกันโรคเบาหวาน ลดความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และบำรุงเส้นเลือดแดง โปรตีนโกลบูลิน (Globulin) ที่พบในน้ำเต้าหู้ ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 10 ชนิด อีกทั้งยังเป็นโปรตีนชนิดที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย โดย 95% ของโปรตีนในน้ำเต้าหู้ ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด

 

  1. น้ำเต้าหู้ ลดความอ้วน

หลายคนสงสัยว่ากินน้ำเต้าหู้แล้วอ้วนหรือป่าว ไม่อ้วนแน่นอนค่ะ แต่ต้องดื่มน้ำเต้าหู้แบบหวานน้อย ไม่ใส่เครื่องที่มีน้ำตาล หรือเน้นใส่เครื่องที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย รวมทั้งควบคุมอาหาร และออกกำลังกายเป็นประจำ แค่นี้ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะอ้วนแล้วจ้า เพราะน้ำเต้าหู้ มีแคลอรีอยู่ราว ๆ 75-200 กิโลแคลอรี ขึ้นอยู่กับความหวานและเครื่องที่ใส่ในน้ำเต้าหู้แต่ละแก้ว รวมทั้งในน้ำเต้าหู้ยังปราศจากคอเลสเตอรอล และมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว

 

  1. ช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มความจำ

น้ำเต้าหู้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ ช่วยบำรุงทั้งร่างกาย บำรุงสมอง และช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำได้ โดยสารอาหารที่ว่าก็จะมีคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงาน แคลเซียม ฟอสฟอรัส

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : health.kapook.com